2009/Oct/16

“ขอบคุณมากคะ ที่มาเป็นวิทยากรในรายการชั่วโมงทำกิน คอลัมน์หนึ่งเมื่อเดือนที่แล้วเกี่ยวกับศิลปะของการเป็นผู้ตามที่มี ประสิทธิผลจุดประกายดิฉันมาก จึงอยากให้คุณเกรียงศักดิ์มาแชร์ในรายการของเราคะ” ดร.รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย ผู้ดำเนินรายการข่าวธุรกิจของสถานีโทรทัศน์

ดร.รุ่ง ทิพย์ถามคำถามแรก “ผู้ชมรายการเราหลากหลาย อยากให้คุณเกรียงศักดิ์แนะนำทั้งศิลปะการเป็นผู้นำและศิลปะการเป็นผู้ตามคะ เริ่มที่ภาวะผู้นำก่อนละกัน”

“มีแนวคิดและหลักการเรื่องภาวะผู้นำมากมาย แต่ว่าวันนี้จะเล่าแก่นที่ผมเห็นผู้นำในเมืองไทยที่มีความสามารถใช้ 3 ข้อ คือ

1.ผู้นำที่เก่งจะใช้แนวทาง ‘แล้วแต่กรณี’ อย่างที่บอกว่าแนวคิดเรื่องภาวะผู้นำมีหลากหลาย แต่มันจะเวิร์กก็ต่อเมื่อผู้นำใช้มันให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ยกตัวอย่าง เช่น การสร้างการมีส่วนร่วม ผู้นำอาจจะมี 3 ทางเลือกคือ ประชาธิปไตย เผด็จการ หรือระหว่างกลาง ในภาวะวิกฤตภาวะผู้นำแบบเผด็จการอาจจะเวิร์กที่สุด สมมติว่าไฟกำลังไหม้บ้านเรา เราคงไม่ประชาธิปไตยจ๋าโดยการถามความเห็นจากลูกๆ ของเราว่า ควรทำอย่างไรดี ในทางกลับกันภาวะปกติ คุณอาจจะถามความเห็นลูกๆ ว่า เสาร์นี้จะไปทานข้าวกลางวันที่ไหนกันดี

2.ผู้นำที่เก่งมักจะ ‘เลือกปฏิบัติ’ หรือสองมาตรฐาน
หมายความว่าอะไร ผู้นำที่เก่งรู้ว่าคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน เขาอาจจะสั่งงานและดูแลคนโดยใช้เกณฑ์เดียวกันราวๆ ร้อยละแปดสิบ แต่บางเรื่องเขาอาจจะเลือกปฏิบัติ เช่น มีโครงการพิเศษที่ต้องการคนที่เก่งวิเคราะห์ เขาอาจส่งสมชายที่ถนัดวิเคราะห์ไปงานนี้ ในขณะเดียวกันมีงานลูกค้าสัมพันธ์ซึ่งต้องการคนที่รับแขกเก่ง เขาอาจส่งกานดาที่เก่งเรื่องคนไป ลองนึกภาพว่าหากสองกรณีเราสลับคนกัน ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างกันมาก เลือกปฏิบัติยังรวมไปถึงวิธีจูงใจคนด้วย บางคนอาจจะเป็นแบบแดงคือชอบงานท้าทาย ในขณะที่บางคนอาจจะเป็นแบบไก่ที่จะทำงานได้ดีมากหากนายพูดด้วยความเป็นกัน เองและแสดงความแคร์เธอออกมาบ่อยๆ

3.ผู้นำในสังคมไทยต้องมีความเมตตามากกว่าคนทั่วไป ต้องสอน ให้ความรู้ จุดประกาย กระตุ้น มากกว่าคนชาติอื่นๆ บางครั้งคุณอาจจะต้องสอนวิธีคิดให้เขาแทนที่จะปล่อยให้เขาใช้ความคิดเอง เพื่อให้ค้นพบคำตอบ สำหรับบางคนแล้ววิธีนั้นอาจจะไม่เวิร์ก”

“น่าสนใจมากคะคุณเกรียงศักดิ์ แล้วศิลปะการเป็นผู้ตามละคะ ผู้ชมส่วนใหญ่จะเป็นผู้ตามนะคะ”

“โปรดตั้งใจฟังนะครับ เพราะว่าสิ่งที่จะแนะนำจะทำให้ท่านได้รับการยอมรับและสร้างความมั่นใจจากนายของท่านมากขึ้น

ใน 10 ข้อ ที่ผมเขียนลงในเดือนที่แล้ว ผมเลือก 3 ข้อ ที่เป็นหัวใจมาเล่าให้ฟังคือ

1.อย่าคิดไปเปลี่ยนแปลงนาย
หากเรามีนายที่เป็นนักคิดนักยุทธศาสตร์แต่ไม่เก่งเรื่องคน เราควรเสริมในจุดอ่อนของนายไม่ใช่พยายามที่จะคิดไปเปลี่ยนแปลงจุดอ่อนของเขา คนจำนวนมากอยากให้นายเป็นแบบตัวเอง แต่เราก็รู้นี่ครับว่า คนแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น คนมีแนวโน้มที่จะประเมินนาย วิธีนี้ไม่เกิดประโยชน์อะไร นายเราต่างหากที่มีหน้าที่และสิทธิในการประเมินเรา เรามีหน้าที่และสิทธิในการประเมินลูกน้องเรา โลกมันเป็นอย่างนี้ อย่าสับสนฝืนความเป็นจริง

2.รู้เป้าหมายของนายและจัดสรรทรัพยากรและลำดับความสำคัญของเราให้สอดคล้องกับนาย
สมมติว่านายจะไปพักร้อนสัปดาห์หน้า แล้ววานเราไปซื้อเสื้อผ้าเตรียมให้เขาหน่อย หากเราคิดว่าเขาจะไปพัทยาเลยซื้อเสื้อผ้าสำหรับเดินชายหาดมาเพียบเลย หากว่าที่จริงนายจะไปชมเขาที่เชียงใหม่ ให้คุณขยันและตั้งใจเพียงใด สิ่งที่คุณเตรียมมาให้นายก็ไม่มีวันถูกใจเขา คนจำนวนมากอาจจะสงสัยว่าทำไมหนอทำงานหนักขยันแทบตายแต่นายไม่ยอมรับ

3.ทำเกินความคาดหวัง สมมติว่านายบอกให้พนักงานขายทุกคนทำรายงานขาย ส่วนใหญ่จะส่งตามกำหนดบางคนอาจจะสาย แต่คุณทำส่งก่อนกำหนด แถมทำเกินโดยวิเคราะห์คู่แข่ง คาดการณ์ว่าเขาจะทำอะไร และลูกค้าจะตอบสนองอย่างไร

หากทำอย่างนี้ได้บ่อยๆ นายก็จะยอมรับและไว้วางใจเรามากขึ้นไปเรื่อยๆ”

โดย เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Comment

Comment:

Tweet